จะว่าไปการปั่นจักรยานสามารถพบเหตุได้บ่อยขึ้นในยุคปัจจุบัน หลายคนหันจากการขับรถยนต์เบนเข็มมาปั่นจักรยาน บ้างก็โดนบังคับเพราะสุขภาพที่ย่ำแย่ บ้างก็ขี่เน้นความสนุก แต่ด้วยปัจจัยอะไรก็ตามแต่จะว่าไป เพราะการขี่จักรยานนั้นนอกจากจะช่วยให้ผู้ขี่มีสุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว ยังถือเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
เคยสงสัยไหม? ทำไมเวลาเริ่มปั่นจักรยานจะรู้สึกเจ็บก้นและปวดขา จนถึงขนาดทำให้นักปั่นจักยานมือใหม่โบกมือลากันเลยทีเดียว แต่อย่าพึ่งท้อแท้ถอดใจกันไปเสียก่อน เพราะบทความจาก Blogtika อาจจะทำให้ผู้อ่านสนุกและยิ้มรับกับกิจกรรมผ่านเครื่องมือหรือพาหนะที่ชื่อว่า "จักยาน" กันเลยทีเดียว
Follow up:
ก่อนเริ่มขี่จักรยาน : สิ่งแรกที่ควรจะทำทุกครั้งที่ขี่จักยานคือ "การตรวจลมยาง" เพราะจะทำให้ขี่จักยานได้ปลอดภัยและได้ความเร็วที่เหมาะสม อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดในการออกขี่จักรยานเลยคือ การทดสอบการเบรกทุกครั้งก่อนปั่นจริง บีบมือเบรกทดสอบเพื่อคามมั่นใจ
ออกปั่นจักยาน : ทุกครั้งที่ปั่นจักรยานควรจะใช้เท้าปั่นในจังหวะที่เหมาะสม ช้า-เร็วสม่ำเสมอ จุดที่เองจะทำให้ปั่นได้สนุกและไม่ปวดขา จะท่อง "หนึ่ง - สอง - หนึ่ง - สอง" ไว้ในใจก็ได้ไม่ว่ากัน

ความรู้สึกขณะปั่น : สิ่งที่ไม่อาจจะมองข้ามเมื่อต้องปั่นจักยานเลยคือ "เบาะจักรยาน" ควรปรับให้เหมาะสมกับความสูงของผู้ขี่ ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป เพราะการปรับความสูงที่ผิดพลาดนั้นอาจจะส่งผลระยะยางแก่ตัวผู้ขี่จักยานได้ อีกเรื่องหนึ่งที่ควรทราบคือ เมื่อเริ่มปั่นจักยานอย่าได้กังวลเรื่องการเจ็บก้น เพราะโดยปกติแล้วก้นของเราจะได้เวลาในการปรับตัวในระยะเวลา เจ็ด - สิบวัน ดังนั้นช่วงเวลาสิบวันแรกของการเริ่มขี่จักรยานคือ "บททดสอบ"
ต้องขอกล่าวคำว่าขอบคุณคุณผู้อ่านทุกๆท่านที่สนใจการปั่นจักยาน เพราะนอกจากจะได้ผลดีต่อสุขภาพของตนเองแล้ว ขอให้นึกในใจเสมอว่า ท่านคือผู้หนึ่งที่มีส่วนช่วยให้โลกของพวกเราใบนี้ น่าอยู่ขึ้น ขอขอบคุณ
ภาพประกอบ : jimlangley, besportier
| « วิธีเปลี่ยนถ่านเครื่องคิดเลข CASIO fx-6300G ด้วยตัวเอง | ความหมายของคำว่า เกษตรอินทรีย์ ที่แท้จริง » |
อ่าน 5 ความคิดเห็นล่าสุดในขณะนี้